การจัดการความรู้ เรื่อง.. เทคนิคการขยายพันธุ์ต้น “ แก้วเจ้าจอม ” โดย กลุ่ม Green Make & Green Heart

แก้วเจ้าจอม-ภาคผนวก-35

 แก้วเจ้าจอมหอมสิ้นถวิลนัก                                     ปลูกสลักประจักษ์ไว้ในความหมาย

  เพียงคำนึงถึงอยู่คู่ใจกาย                                         ประดับไว้ในเวียงอยู่เคียงวัง

  กลิ่นลอยเลื่อนเคลื่อนไปกับสายลม                         จนดึงจมบ่มก่อนย้อนความหลัง

  ด้วยกลิ่นหอมตรอมอกตกภวังค์                                กลิ่นเจ้ายังฝังอยู่มิรู้โรย

                                                                                                        สร้อยฟ้ามาลา   ร้อยกรอง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

แก้วเจ้าจอม-2

 

ต้น :  “แก้วเจ้าจอม” ชื่อสามัญ Lignum Vitae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Guaiacum officinale Linn วงศ์ ZYGOPHYLLACEAE

ลำต้น : เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ ๓ – ๑๒ เมตร มีลักษณะคดงอ เนื้อไม้แข็งมาก กิ่งก้านมีปุ่มปม เปลือกของต้นสีเทาเข้ม ต้นแตกใบเป็นพุ่มแผ่กว้างทรงกลม เรือนยอดทึบ

ใบ : ใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่ มีใบย่อย ๒-๓ คู่ เรียงตรงข้าม ใบย่อยไม่มีก้าน รูปไข่กลับ  รูปไข่กว้าง หรือรูปรีเบี้ยวเล็กน้อย ปลายมน โคนสอบ ขอบเรียบ มีจุดสีส้มที่โคนใบย่อยด้านบนผิวของใบเป็นมันสีใบเขียวเข้ม

ดอก : ดอกเดี่ยว ออกเป็นกระจุกที่ยอด  ๓-๔ ดอก สีฟ้าอมม่วง และจะซีดลงเมื่อใกล้โรยกลีบเลี้ยง ๕ กลีบ รูปไข่ โคนติดกันเล็กน้อย ร่วงง่าย กลีบดอก ๕ กลีบ รูปรีหรือรูปไข่

ผล : สีเหลือง รูปหัวใจกลับ มี ๔-๕ พู แต่ละพูมี ๑-๒

เมล็ด : มีลักษณะรูปร่างรี หรือรูปไข่ สีน้ำตาลเข้ม

การขยายพันธุ์ : เมล็ด ตอนกิ่ง

สรรพคุณการใช้เป็นยาสมุนไพร : ใช้เป็นยาสมุนไพรกันอย่างกว้างขวาง โรคไขข้ออักเสบปวดประจำเดือน โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคเกาต์ นอกจากนี้มีการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ เฉพาะส่วนดังนี้ ยางไม้ ใช้เป้นยาขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ แก้ข้ออักเสบ หรือทำเป็นยาอม แก้หลอดลมอักเสบ น้ำคั้นจากใบ กินแก้อาการท้องเฟ้อ เปลือก เป็นยาระบาย ผงชาจากดอก  เป็นยาบำรุงกำลัง

 

ประวัติความเป็นมา

 แก้วเจ้าจอม-3

แก้วเจ้าจอม มาจากหมู่เกาะอินดีสตะวันออก ประเทศชวา (อินโดนีเซีย) เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสชวา แล้วได้ทอดพระเนตรความงามของต้นแก้วเจ้าจอม จึงทรงนำพันธุ์กลับมาด้วย แล้วได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้สร้าง “สวนป่า” อย่างที่ได้ทอดพระเนตรจากการเสด็จฯ เยือนยุโรป ครั้งที่ ๒ โดยขยายเขตพระราชวังดุสิตด้านหลังออกไป แล้วพระราชทานนามว่า “สวนสุนันทา” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระปิยะมเหสี สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ที่เสด็จทิวงคตจากเรือพระที่นั่งประสบอุปัทวเหตุเมื่อ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๒๓ และเพื่อใช้เป็นตำหนักของเจ้าจอมที่มีพระราชธิดาหลังสิ้นรัชสมัยของพระองค์ ปัจจุบัน   ต้นแก้วเจ้าจอมอยู่บริเวณ       “เนินพระนาง” หลังพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวีในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 สัญลักษณ์ สวนสุนันทา

อาจารย์แจ่มจันทร์ ทองเสริม เล่าว่า อาจารย์คุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ เป็นผู้นำดอกแก้วเจ้าจอมมาเป็นสัญลักษณ์ประจำสถาบัน เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่มีค่า มีแต่ที่สวนสุนันทาแห่งเดียว แม้กระทั่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ก็ยังมีพระราชเสาวณีย์ให้ข้าราชบริพารมาถ่ายรูป ต้นแก้วเจ้าจอม พร้อมทั้งนำพันธุ์ไปปลูก จากนั้น จึงมีการขยายพันธุ์ออกไปทั่วประเทศ โดยต้นแรกในรั้วสวนสุนันทา

นายสำราญ รักดี  ( ลุงแก่ ) บุคลากรกองกลาง สำนักงานอธิการบดี ผู้เชี่ยวชาญในการขยายพันธุ์ต้นแก้วเจ้าจอม เล่าว่า  เริ่มทำงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาตั้งแต่  พ.ศ.๒๕๑๑ ในสมัยนั้นผู้ชายเดินผ่านบริเวณสวนสุนันทาไม่ได้เพราะเป็นโรงเรียนหญิงล้วน เข้ามาทำงานที่นี่ก็เห็นต้นแก้วเจ้าจอมแล้ว อายุน่าจะร้อยกว่าปี เป็นต้นไม้ใหญ่ ตัวเองมีความผูกพันกับต้นแก้วเจ้าจอมจนมีคนพูดกันว่าใครไม่รู้จัก หรือ ไม่มีต้นแก้วเจ้าจอมไปปลูกแสดงว่าไม่ใช่คนสวนสุนันทา และอยากให้คนรุ่นหลังรู้ถึงวิธีการขยายพันธุ์ต้นแก้วเจ้าจอม เช่น การตอน การเพาะเมล็ด เพราะเป็นต้นไม้ประจำสถาบัน และเป็นต้นแรก ที่เราชาวสวนสุนันทาภาคภูมิใจ พร้อมบอกเล่าวิธีการดูแลว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถปลูกได้ทุกคน เพราะต้องใส่ใจที่จะปลูกจริงๆ ต้นแก้วเจ้าจอมมีลักษณะเฉพาะคือ โตช้า      แต่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงามโดยธรรมชาติ เป็นไม้ที่มีมนต์เสน่ห์ การรดน้ำมากหรือน้อยเกินไปจะไม่มีผลดีกับต้นแก้วเจ้าจอม พาลใบจะร่วงถ้าหากดูแลมากหรือน้อยเกินไป บางคนเพาะเมล็ดขึ้นแต่ดูแลไม่ถูกวิธีก็ไม่เจริญเติบโต และแนะนำว่าการเพาะเมล็ดจะให้ต้นที่ทรงสวย ทนทานกว่าการตอน ดูแลรักษาภายหลังปลูกง่าย การเจริญเติบโตภายหลังปลูกรวดเร็ว การดูแลต้นแก้วเจ้าจอมควรปลูกให้เป็นอิสระ คือลงดิน ไม่ควรปลูกลงในกระถาง ส่วนดอกนั้น จะออกเป็นช่วงๆ  ตลอดปี แต่ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ พฤศจิกายน – กุมภาพันธุ์ จะออกดอกมากกว่าปกติ ดอกจะเป็น  ช่อดอก กลีบดอกสีม่วง-คราม จำนวน ๕-๖ กลีบ เกสรสีเหลือง เวลาบานจะค่อยๆบาน และบานยาวนานจนกว่าจะบานครบทั้งดอก จึงทำให้มองเห็นว่ากลีบดอกของต้นแก้วเจ้าจอมนั้นมีหลายสี  เช่น สีม่วง สีคราม  สีฟ้า เป็นเพราะระยะเวลาในการบานไม่เท่ากัน ทำให้ดอกที่บานมาก่อน บานมานานกว่า เริ่มที่จะมีสีที่ซีดจาง แต่ก็ดี   ดูกลมกลืนไปอีกแบบถือเป็นเสน่ห์ของต้นแก้วเจ้าจอม  อีกอย่างหนึ่ง

นายอรรถพล หาเรือนทรง ( อาจารย์เบิ้ม ) บุคลากรคนเก่าคนแก่รุ่นต่อมา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เล่าว่า เริ่มเข้ามาเรียนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ สมัยนั้นต้นแก้วเจ้าจอมมองมาจากหน้าอาคาร ๑ เห็นต้นแก้วเจ้าจอมมานานและมีโอกาสได้ฟังคำบอกเล่าจากอาจารย์รุ่นแรกๆ เช่น อาจารย์แจ่มจันทร์ อาจารย์ละออ อาจารย์สุวนัฐ  แรกเริ่มวังสวนสุนันทา แบ่งออกเป็นสามหน่วยงานใหญ่ๆ คือ สวนดุสิต กรมการปกครอง และสวนสุนันทา โดยที่รัชกาลที่ ๕ ได้นำต้นแก้วเจ้าจอมมาปลูก     เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๓ นับจากวันนั้นจนวันนี้มีอายุร้อยกว่าปี แต่เดิมเรียกว่า  ไม้แห่งชีวิต  เพราะมีสรรพคุณในการรักษาโรค เช่น ใบนำมาต้มเพื่อรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หลังจากนั้นนำมาปลูกได้ เรียกชื่อว่า   ต้นน้ำอบฝรั่ง  ต้นแก้วใจจุลจอม ประโยชน์อย่างหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้นั่นคือ เนื้อไม้เป็นไม้ที่หนักที่สุดในโลก แก่นไม้มีลักษณะสีน้ำตาลอมเขียวถึงดำ กระพี้มี สีเหลืองอ่อน เนื้อไม้แข็งมาก    เป็นมัน คุณสมบัติของเนื้อไม้มีลักษณะเป็นเส้นประสานกันแน่น และหนักมาก นิยมนำมาใช้ทำกรอบประดับเพลาเรือเดินทะเล สุดท้ายหลังจากคุณหญิงกรองแก้ว ได้เชิญอาจารย์เต็ม สมิตินันท์ผู้เชี่ยวชาญพันธุ์ไม้เข้ามาศึกษาพันธุ์ของต้นแก้วเจ้าจอมและได้ตั้งชื่อใหม่ว่า แก้วเจ้าจอมเป็นที่    เรียกขานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ และอยากให้คนรุ่นหลังช่วยกันอนุรักษ์ต้นแก้วเจ้าจอม เพราะเป็นศูนย์รวมใจของเราชาวสวนสุนันทา พร้อมบอกว่าต้นแก้วเจ้าจอมชนิด ๔ ใบในรั้วสวนสุนันทามีทั้งหมด ๘ ต้นเท่านั้น เพราะสมัยนั้นค่อนข้างจะหวง เพราะไม่รู้วิธีที่แท้จริงในการขยายพันธุ์ เกรงว่าต้นเดิมจะตาย จนมาถึงสมัยนี้ที่คนสวนของชาวสวนสุนันทา ได้นำเมล็ดของต้นแก้วเจ้าจอมจากต้นเดิมมาขยายพันธุ์ทำให้ต้นแก้วเจ้าจอมมีมากขึ้น

 

แก้วเจ้าจอม-รวมลักษณะ

พันธุ์

๑.     แก้วเจ้าจอม ๔ ใบ

๒.     แก้วเจ้าจอม ๖ ใบ

๓.     แก้วเจ้าจอม ๘ ใบ

แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงต้นแก้วเจ้าจอม ๔ ใบ ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม ต้นแรกในมหาวิทยาลัย และเป็นต้นเดียวในประเทศไทยที่มีอายุนานมากที่สุด และผู้เชี่ยวชาญของเรามีความถนัดมากที่สุดเนื่องจากทำการขยายพันธุ์เป็นประจำ จนอาจารย์เก่าๆ หลายท่านต้องให้ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ไปปลูกลงดิน ให้ที่บ้าน ผู้เชี่ยวชาญของเรา คือ ลุงแก่ นายสำราญ รักดี จะมาบอกเทคนิคที่หลายๆ คนไม่เคยรู้ถึงการขยายพันธุ์ต้นแก้วเจ้าจอม มาบอกเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ลุงแก่ บอกว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะปลูกต้นแก้วเจ้าจอมได้ จึงอยากมาบอกเทคนิคให้คนรุ่นหลังได้นำไปใช้ให้ถูกต้อง

ฤดูการออกดอก

ออกดอกตลอดปี ในช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน และเดือน สิงหาคม – ตุลาคม

สภาพการปลูก

ต้นแก้วเจ้าจอมชอบอยู่กลางแจ้ง เป็นไม้กลางแจ้ง เติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือ ตอนกิ่ง

การปลูกและดูแลรักษา

ปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงดิน จะดีกว่า วัสดุที่ใช้ปลูก คือ ดิน : ปุ๋ยคอก : ขุยมะพร้าว

การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์ต้นแก้วเจ้าจอม ทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การตอน ปักชำ แต่ละวิธีมีข้อดี และ ข้อเสีย แตกต่างกัน แต่วิธีที่นิยมขยายพันธุ์ต้นแก้วเจ้าจอมมากที่สุด ได้แก่ การตอน และ การเพาะเมล็ด

 

๑.     การตอนกิ่ง

แก้วเจ้าจอม-ตอนกิ่ง

-         เลือกกิ่งสีน้ำตาล ไม่อ่อนมาก ตัดใบออกตรงบริเวณที่จะทำการตอน

แก้วเจ้าจอม-ควั่นกิ่ง

-         ควั่นกิ่ง ปอกเปลือกให้ถึงเนื้อแข็ง ขนาด ข้อพอดี

แก้วเจ้าจอม-ขูดเยื่อ

-         ขูดเยื่อออกให้หมดโดยใช้สันมีดขูด

แก้วเจ้าจอม-หุ้มขูดมะพร้าว

-         หุ้มด้วยขุยมะพร้าว ( แช่น้ำไว้ ๑ คืน ) เพื่อให้ดูดซึมน้ำไปหล่อเลี้ยงกิ่งที่ตอน

แก้วเจ้าจอม-หุ้มขูดมะพร้าว

-         มัดเปาะ โดยมัดหัวมัดท้าย ให้แน่นไม่ให้ขยับได้

แก้วเจ้าจอม-มัดเปาะ-2

-                     ทิ้งไว้  ๔๕ วัน รากจะออก จนรากเป็นสีน้ำตาลถึงจะตัดนำไปปลูกได้ วิธีการดูแลรักษาในขณะที่ตอนกิ่ง คอยดูมดและดูน้ำ ถ้ามีมดหรือน้ำแห้งต้องนำพลาสติกไปหุ้มอีกครั้ง

 

๒.     การเพาะเมล็ด จะได้ต้นแก้วเจ้าจอมที่ค่อนข้างแข็งแรง ทรงพุ่มได้สัดส่วน ดูแลรักษาหลังปลูกง่าย การเจริญเติบโตภายหลังปลูกรวดเร็ว แต่ก็มีข้อจำกัดที่ขนาดของต้นจะค่อนข้างเล็ก

 

 แก้วเจ้าจอม-เพาะเมล็ด

-                     มาตราส่วน ๓ : ๑ ดิน : ขุยมะพร้าว ใส่ดินลงไปในกระถางก่อน แล้วใส่ขุยมะพร้าวไว้ข้างบนรดน้ำให้เพื่อป้องกันแมลงที่อยู่ในดินรบกวนเมล็ด

เพาะเมล็ด-2

-                     ใส่เมล็ดต้นแก้วเจ้าจอมลงไปในกระถางแล้วใช้ขุยมะพร้าวปิด เพื่อบ่มเมล็ด ประมาณ    ๑ อาทิตย์ แล้วเปิดขุยมะพร้าวออก เมล็ดจะใหญ่ขึ้น

 แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ

-         แยกเพาะใส่กระถางๆ ละ ๑ เมล็ดเพื่อให้เจริญเติบโตเต็มที่

แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-2  

-                     ขนาดกระถางที่แยก ใช้เวลาประมาณ ๑ สัปดาห์ แล้วมาเปิดดูว่าสามารถเจริญเติบโตได้โดยดูว่าเมล็ดยังสมบูรณ์หรือไม่

แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-3

-                     ถ้าเมล็ดยังสมบูรณ์ให้ใช้มีดสะอาดๆ สะกิดช่วยเพื่อให้สามารถเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น ทิ่มเมล็ดตรงที่สะกิดลงในกระถาง

แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-4 

-                     หลังจากสะกิดช่วยทิ้งไว้ประมาณ ๑ วัน ต้นจะเจริญเติบโตประมาณ ๑ เซนติเมตร     (กระถางซ้าย) การเจริญเติบโต (กระถางขวา) ประมาณ ๑ อาทิตย์ รดน้ำอย่าให้ชุ่มมากเกินไปหรือรดน้ำวันเว้นวัน การรดน้ำสังเกตุจากหน้าดินถ้ามีความชุ่มชื้นมากพอยังไม่ต้องรดน้ำ

แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-5

-         ต้นแก้วเจ้าจอมอายุ ๑๐ วัน ใบจะเจริญออกมาจากเมล็ดให้เห็นเด่นชัด

 แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-6

-            ต้นแก้วเจ้าจอมอายุ ๒๒ วัน จะออกใบเป็นชนิดของต้นแก้วเจ้าจอมให้เห็น  ในส่วนของเราใช้ชนิด ๔ ใบ เราจึงเห็นเป็น ๔ ใบ และสมบูรณ์พร้อมที่จะเจริญเติบโต

แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-7

-           ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากออกใบแล้วประมาณ ๑ อาทิตย์ลำต้นที่เป็นสีเขียวจะแห้งรัดตัวเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ พร้อมจะเจริญเติบโตเป็นผล ดอก เมล็ด ตามลำดับ

 แก้วเจ้าจอม-แยกเพาะ-8

ปัจจุบันต้นแก้วเจ้าจอมชนิด ๔ ใบมีทั้งหมด ๖ ต้น

๑.           ด้านหน้าโรงเรียนประถมสาธิตสวนสุนันทา ๑ ต้น

๒.           บริเวณเนินพระนาง  ๒ ต้น

๓.           ด้านหน้าอาคาร ๓๗ เหมวดีพิทักษ์ ๑ ต้น

๔.           ด้านหน้าโรงแรมวังสวนสุนันทา ๑ ต้น

๕.           บริเวณศาลปราสาทสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ๑ ต้น

 

ต้นแก้วเจ้าจอมต้นแรกของประเทศไทย

ณ เนินพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

 (เนินพระนาง) มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี

 ต้นแก้วเจ้าจอมต้นแรก

 

ต้นแก้วเจ้าจอม ดอกสะพรั่งรับงานฉลอง ๗๕ ปี สวนสุนันทา  

ระหว่าง ๑๙ – ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๕

 

งาน75ปี

กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ๒๕๕๗

 

  

46808 Total Views 15 Views Today